ซูเนสส์น่าแตกพบสวนกลับกึ่งกลางรายการข้างหลังเย้าแหย่มูรินโญ่

0 Comment

เกิดเรื่องน่าขบขันของชายที่ประนามคนอื่นๆโดยมีความประพฤติที่หนักกว่าคนที่เขาประนามเสียอีก

ข้างหลังซูเนสส์ ประนามถึงความประพฤติของมูรินโญ่ที่ทำท่าเย้ยหยันแฟนกลุ่ม ยูเวนตุๆส โดยลืมถึงความประพฤติปฏิบัติของตนเองในสมัยก่อน จากท่าป้องหูระดับตำนาน ของโชเซ่ มูรินโญ่ ที่เป็นที่เผยแพร่รวมทั้งวิจารณ์กันอย่างมากบนโลกโซเชียล รวมทั้งวงการการบอลอังกฤษ
ซึ่งประเด็นนี้ได้เกิดขึ้นได้จากท่าทางที่ไม่ควรของผู้จัดการทีมฟุตบอลกลุ่มผีแดง สำหรับเพื่อการเยาะเย้ยกองเชียร์ปรปักษ์ ข้างหลังพาทีมกลับเอาชนะ ยูเวนเหม็นตุส กลุ่มอันดับหนึ่งหัวตารางไป 2-1 แล้วก็เปลี่ยนเป็นข้อความสำคัญที่สร้างความรู้สึกไม่ถูกใจแก่แฟนกลุ่ม ยูเวนตุๆส อย่างยิ่ง จนถึงแปลงเป็นกระแสรุมประนามถึงความประพฤติของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในคราวนี้ รวมทั้งปัจจุบัน มึงรม ซูเนสส์ ก็ได้ขอมาร่วมวงประนามมูรินโญ่ ถึงความประพฤติซึ่งสามารถกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดเหตุโกลาหลได้
“เขาอาจส่งผลให้เกิดเหตุโกลาหลได้” คำบอกเล่าของซูเนสส์ ที่ประนามมูรินโญ่ ประมาณว่าไม่ยินยอมคิดพิจารณาไตร่ตรองก่อนจะมีการปฏิบัติ ปลดปล่อยให้อารมณ์ครอบครอง จนกระทั่งสามารถนำมาซึ่งการก่อให้เกิดเหตุสุ่มเสี่ยงแย่ลงกว่าเดิมขึ้นได้ ซึ่งเป็นการกล่าวระหว่างการจัดรายการของ ซูเนสส์ และก็ มิค แม็คคาร์ธี อดีตกาลนักฟุตบอลรวมทั้งผู้จัดการทีมฟุตบอลวูลฟ์หมูแฮมตันวันเดอเรอส์ ที่ได้กล่าวถึงข้อความสำคัญท่าป้องหูของมูรินโญ่ในเกมการประลองคราวนี้
ภายหลังการติชมถึงความประพฤติปฏิบัติของ มูรินโญ่ ที่ซูเนสส์กล่าวจบไป แม็คคาร์ธีก็กล่าวล้อเลียน ซูเนสส์ ในทันทีทันใดว่า
“ผมไม่คิดว่าทั้งยังคุณ ซูเนสส์ หรือผมจะสามารถนั่งนี้และหลังจากนั้นก็เทศที่นา มูรินโญ่ ได้ ในเมื่อคุณ ซูเนสส์ เคยปักธงกึ่งกลางสนามบอลที่ประเทศตุรกีมาแล้ว” ซึ่งการปักธงของซูเนสส์ในที่นี้ เป็นการปักธงในเชิงเย้ยหยัน ข้างหลังกลุ่ม กาลาตาซาราย สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ตลอดการอย่าง เฟเนร์บาห์เช่ แล้วครอบครองแชมป์ประเทศตุรกี คัพได้ ก่อนที่จะซูเนสส์จะวิ่งถือธง กาลาตาซาราย ไปปักกึ่งกลางสนาม ถือว่าเป็นความประพฤติปฏิบัติที่บ้าระห่ำแล้วก็เสี่ยงจะเกิดเหตุความวุ่นวาย มากกว่าท่าป้องหูของมูรินโญ่ซะอีก
คำกล่าวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นของ ซูเนสส์ เล่นทำเอาซูเนสส์ถึงกับไปผิด พร้อมโต้ตอบแบบถูๆไถๆไปว่า “ธงของผมมันเป็นรอบชิงแชมป์ มันทำอย่างนั้นได้เฉพาะเกมแบบงี้เพียงแค่นั้น” ซึ่งนับเป็นคำกล่าวที่ดื้อด้านแล้วก็ฟังดูแล้วไม่ค่อยมีเหตุผลซักเท่าไหร่ ส่วนทางด้านมูรินโญ่เองภายหลังโดนกระแสต้านทานถึงความประพฤติปฏิบัติดังที่กล่าวถึงแล้วไปอย่างมาก ก็ได้ออกมาพูดถึงปัจจัยที่ทำให้ตนทนไม่ได้ จากการที่ถูกโห่ใส่รวมทั้งด่าครอบครัวของเขามาตั้งแต่นัดหมายก่อนก็เลยอยากได้เอาคืน โดยในขณะนี้มูรินโญ่ก็ได้สำนึกถึงความประพฤติดังที่กล่าวมาแล้วแล้ว